จิตวิทยาการศึกษา

 

กระบวนการเรียนรู้

 

     .ความมุ่งหมายของบทเรียน

     เพื่อให้เข้าใจกระบวนการพฤติกรรมและทฤษฎีการเรียนรู้ของมนุษย์ ที่นักจิตวิทยาด้านการเรียนรู้ได้ศึกษาค้นคว้าไว้ มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่จะต้องมีการปะทะสังสรรค์ (Interaction) กับบุคคลและสิ่งแวดล้อม ซึ่งในภาวะดังกล่าวนั้นทำให้บุคคลเกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้ ความคิด ทัศนคติและค่านิยม ฯลฯ อยู่ตลอดเวลาหรือตลอดชีวิต ซึ่งในสภาวะดังกล่าวเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่มนุษย์จะต้องประสบอยู่ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตายดังนั้นบุคคลจำต้องเรียนรู้ ศึกษาเพื่อให้ตนเองเกิดการปรับปรุง และเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลาเพื่อการดำรงชีวิตที่ดีของตนเอง

 

     มนุษย์มีพัฒนาการของสมองและจิตที่ตอบสนองจากประสาทสัมผัสที่เกิดจากการเห็น  การได้ยิน การรู้รส การสัมผัส การได้กลิ่น ทำให้เกิดความจำ ความคิด การเปรียบเทียบ  การเรียนรู้   พัฒนาการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา และสามารถสอนถ่ายทอดต่อเนื่องกันได้รวมทั้งมีความอยากรู้ อยากเห็น อยากพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลาในสภาวะของมนุษย์ที่มีสมอง จิต และสุขภาพปกติ มนุษย์จึงเป็นผู้ คิด สร้าง  ทำ  ทั้งสร้างสรรค์และทำลายไว้บนโลกใบนี้อย่างมากมายมหาศาลและต่อเนื่องกันมาจากอดีต ปัจจุบันและในอนาคตไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

 

     . ความหมายและขอบข่ายของการเรียนรู้

     การเรียนรู้เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ตลอดชีวิต คำจำกัดความที่นักจิตวิทยา มักจะกล่าวอ้างอยู่เสมอ  แต่ยังไม่ถึงกับเป็นที่ยอมรับกันอย่างสากล คือ คำจำกัดความของ คิมเบิล  (Gregory A Kimble)  

     คิมเบิล กล่าวว่า การเรียนรู้คือการเปลี่ยนแปลงศักยภาพแห่งพฤติกรรมที่ค่อนข้างถาวร ซึ่งเป็นผลมาจากการฝึกหรือการปฏิบัติที่ได้รับการเสริมแรง (Learning  as  a relatively  permanent change in behavioral potentiality that occurs as a result of reinforced practice) ”

 

     จากความหมายของการเรียนรู้ข้างต้นแยกกล่าวเป็นประเด็นสำคัญได้  ๕ ประการ คือ

     .  การที่กำหนดว่า การเรียนรู้คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ก็แสดงว่าผลที่เกิดจากการเรียนรู้จะต้องอยู่ในรูปของพฤติกรรมที่สังเกตได้หลังจากเกิดการเรียนรู้แล้ว ผู้เรียนสามารถทำสิ่งหรือเรื่องที่ไม่เคยทำมาก่อนการเรียนรู้นั้น

     .  การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนั้น ต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างถาวร นั่นก็คือ  พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปนั้นจะไม่เป็นพฤติกรรมในช่วงสั้นหรือเพียงชั่วครู่ และในขณะเดียวกันก็ ไม่ใช่พฤติกรรมที่คงที่ที่ไม่เปลี่ยนแปลงอีกต่อไป

     .  การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมดังกล่าว ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปอย่างทันทีทันใด แต่มันอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงศักยภาพ (Potential) ที่จะกระทำ สิ่งต่าง ๆ ต่อไปในอนาคต การเปลี่ยนแปลง    ศักยภาพนี้อาจแฝงอยู่ในตัวผู้เรียน ซึ่งอาจจะยังไม่ได้แสดงออกมาเป็นพฤติกรรมอย่างทันทีทันใดก็ได้

     .  การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม หรือการเปลี่ยนแปลงศักยภาพในตัวผู้เรียนนั้นจะเป็นผลมาจากประสบการณ์หรือการฝึกเท่านั้น  การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม หรือศักยภาพอันเนื่องมาจากสาเหตุอื่นไม่ถือเป็นการเรียนรู้

     .  ประสบการณ์หรือการฝึกต้องเป็นการฝึกหรือปฏิบัติที่ได้รับการเสริมแรง (Reinforced practice) หมายความว่า เพียงแต่ผู้เรียนได้รับรางวัลหลังจากที่ตอบสนอง  ก็จะให้เกิดการเรียนรู้ขึ้นในแง่นี้คำว่า รางวัลกับ ตัวเสริมแรง” (Reinforce) จะให้ความหมายเดียวกัน ต่างก็คือหมายถึงอะไรบางอย่างที่อินทรีย์ (บุคคล) ต้องการ

 

     .ปัจจัยสำคัญในสภาพการเรียนรู้

     ในสภาพการเรียนรู้ต่างๆ ย่อมประกอบด้วยปัจจัยที่สำคัญ ๓ ประการ ด้วยกัน คือ 

        .  ตัวผู้เรียน (Learner)  

        .  เหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่เป็นตัวเร้า (Stimulus Situation)

        .  การกระทำหรือการตอบสนอง Action หรือ Response

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                  

 

     . ลำดับขั้นในกระบวนการเรียนรู้

     มูลลีย์ (George J. Mouly) กำหนดลำดับขั้นในกระบวนการเรียนรู้ไว้ ๗  ขั้น ดังนี้

 

     .  เกิดแรงจูงใจ (Motivation) เมื่อใดก็ตามที่อินทรีย์เกิดความต้องการหรืออยู่ในภาวะที่ขาดสมดุลย์ก็จะมีแรงขับ (Drive) หรือแรงจูงใจ (Motive) เกิดขึ้นผลักดันให้เกิดพฤติกรรมเพื่อหา สิ่งที่ขาดไปนั้นมาให้ร่างกายที่อยู่ในภาวะที่พอดี แรงจูงใจมีผลให้แต่ละคนไวต่อการสัมผัสสิ่งเร้าแตกต่างกันเป็นสิ่งที่จะกำหนดทิศทางและความเข้มของพฤติกรรมและเป็นสิ่งจำเป็นเบื้องต้นสำหรับการเรียนรู้

 

     . กำหนดเป้าประสงค์ (Goal) เมื่อมีแรงจูงใจเกิดขึ้นแต่ละบุคคลก็จะกำหนดเป้าประสงค์ที่จะก่อให้เกิดความพึงพอใจ เป้าประสงค์จึงเป็นผลบั้นปลายที่อินทรีย์แสวงหา ซึ่งบางครั้งอาจจะชัดเจน บางครั้งอาจจะเลื่อนลอย บางครั้งอาจกำหนดขึ้นเพื่อสนองความต้องการทางสรีระหรือบางครั้งเพื่อสนองความต้องการทางสังคม

 

    . เกิดความพร้อม (Readiness) คนแต่ละคนมีขีดความสามารถที่จะรับ และความต้องการพื้นฐานเพื่อที่จะเสาะแสวงหาความพอใจ หรือหาสิ่งที่จะสนองความต้องการได้จำกัดและแตกต่างกันไปตามสภาพความพร้อมของแต่ละบุคคล   เช่น  เด็กทารกซึ่งมีความเจริญทางสรีระยังไม่มากก็จะไม่พร้อมที่จะเรียนรู้วิธีการหาอาหารด้วยตนเองได้ เด็กที่ร่างกายอ่อนแอหรือมีความบกพร่องของอวัยวะบางส่วนก็จะไม่พร้อมในการเล่นกีฬาบางอย่างได้ กล่าวได้ว่าสภาพความพร้อมในการเรียนของบุคคลนั้นจะต้องอยู่กับองค์ประกอบอื่น ๆ หลายประการ อาทิเช่น   ความเจริญเติบโตของโครงสร้างทางร่างกาย  การจูงใจ  ประสบการณ์ด้วย เป็นต้น เรื่องของความพร้อมนี้นับว่าเป็นสิ่งจำเป็นมากที่จะต้องดีก่อนที่จะเกิดการเรียนรู้

 

    .  มีอุปสรรค (Obstacle) อุปสรรคจะเป็นสิ่งขวางกั้นระหว่างพฤติกรรมที่เกิดจากแรงจูงใจกับเป้าประสงค์ ถ้าหากไม่มีอุปสรรค์หรือสิ่งกีดขวางเราก็จะไปถึงเป้าประสงค์ได้โดยง่าย ซึ่งเราก็ถือว่าสภาพการณ์เช่นนี้ ไม่ได้ช่วยให้เกิดความต้องการที่จะแก้ปัญหาและเรียนรู้ ตรงกันข้ามการที่เราไม่สามารถไปถึงเป้าหมายได้จะก่อให้เกิดความเครียดและจะเกิดความพยายามที่จะหาวิธีการแก้ปัญหาซึ่งจะทำให้เกิดการเรียนรู้ขึ้น

 

    .  การตอบสนอง (Response) เมื่อบุคคลมีแรงจูงใจ มีเป้าประสงค์ เกิดความพร้อม และเผชิญกับอุปสรรคเข้าก็จะมีพฤติกรรมต่าง ๆ เกิดขึ้น พฤติกรรมนั้นอาจเริ่มด้วยการตัดสินใจ   เกิดอาการตอบสนองที่เหมาะสมทดลองทำแล้วปรับปรุงแก้ไขการตอบสนองนั้นให้แก้ปัญหาได้ดี ที่สุด ซึ่งแนวทางของการตอบสนองอาจมุ่งสู่เป้าประสงค์โดยตรงหรือโดยทางอ้อมอย่างใดอย่างหนึ่ง

 

    .  การเสร